สหายคนหนึ่งบอกว่าข้าพเจ้าเป็นคนเย็นชา

ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงตัวละครในนิยายที่เคยอ่าน ซึ่งผู้เขียนบรรยายไว้ว่าเขามีนิสัยเย็นชา ตัวละครที่มีลักษณะเช่นนี้มักเป็นที่นิยมในหมู่ผู้อ่าน แม้ว่าหลายครั้งเขาจะทำร้ายน้ำใจผู้อื่น เหตุใดเล่าเขาถึงยังเป็นที่รักของผู้อ่าน และหลายครั้งด้วยซ้ำที่ตัวละครเช่นนี้ถูกเขียนให้เป็นที่นิยมในหมู่ตัวละครด้วยกันเอง โลกนิยายนั้นดูจะชื่นชอบคนนิสัยเย็นชาจริงๆ

ขณะที่โลกแห่งความเป็นจริงนั้นไม่ใช่เลย

คนที่เย็นชากลับจะเป็นคนเพื่อนน้อยไปจนถึงไม่มี ความนิยมต่ำเตี่ยเรี่ยดินเพราะการพูดจาอย่างตรงไปตรงมา นิสัยที่จริงจังตลอดเวลาก็ทำให้ผู้อื่นพาลอึดอัดไม่อยากคุยด้วย ความห่างเหินที่เกิดจากการรักษาระยะห่างของคนเย็นชาทำให้ผู้คนเหนื่อยที่จะเข้าหาและจากไปในที่สุด

มันทำให้ข้าพเจ้าสงสัยเหลือเกิน ว่าข้าพเจ้าเป็นคนเย็นชาจริงๆ หรือ

ถ้าใช่แล้วข้าพเจ้าได้เผลอไปทำให้ใครเสียใจบ้างไหม จะมีใครต้องเสียน้ำใจเพราะการแสดงออกของข้าพเจ้าหรือเปล่า บางทีข้าพเจ้าควรจะปรับปรุงนิสัยของตัวเองใช่หรือไม่ เหล่านี้เป็นคำถามที่คงจะถูกทิ้งไว้ในลิ้นชักความคิด ความจริงข้าพเจ้าใคร่อยากถามสหายผู้นั้น แต่ไม่ค่อยจะมั่นใจนักว่าเขาจะตอบตามจริง

อีกทั้งการพูดความรู้สึกออกไปอาจทำให้สบายใจ แต่หลายครั้งที่มันไม่ยังผลดีมาสู่เราเลย

Lone wolf

posted on 17 Sep 2013 20:16 by monochrome1
เมื่อพูดถึง 'หมาป่า' คุณจะนึกถึงอะไร
 
สำหรับเราแล้ว หมาป่าเป็นสัญลักษณ์ของความโดดเดี่ยว
 
ท่ามกลางความหนาวเหน็บ ตัวตนที่หยัดยืนอย่างแข็งแกร่งเพียงลำพัง ต้องใช้ความเด็ดเดี่ยวขนาดไหนจึงจะเป็นได้เช่นนั้น แต่กระนั้นดวงตาคู่คมก็มีความเจ็บปวดซึมลึก...ลึกเข้าไปข้างไหน...
 
'หมาป่าเดียวดาย' เราพบเจอประโยคนี้อยู่บ่อยครั้ง ทั้งในนิยายกำลังภายใน และภาพยนตร์
 
เราสงสัยว่าหมาป่าจะรู้สึกเหงาบ้างไหม
 
แต่ต่อให้มันถูกความอ้างว้างกัดกินหัวใจ
 
มันก็ยังคงเดียวดาย
 

เงยหน้าขึ้นซะ

posted on 16 Apr 2013 12:40 by monochrome1 directory Diary

ตอนนี้กำลังรู้สึกทรมานจริงๆ

คิดว่าถ้าไม่ได้ระบายออกมา อาจจะทำให้บาดแผลยิ่งเน่าเฟะ

เพราะนี้คือการรักษาในแบบของเรา เป็นการเยียวยาวิธีเดียวที่เราทำเป็น

 

…เราจะเรียกความรู้สึกพวกนี้ว่าอะไรดี?

ความรู้สึกเสียใจในสิ่งที่ทำในหนหลัง

ความรู้สึกเจ็บใจ

ความเสียดาย

มันปนเปกันจนยากจะแยกออก บางที…ทั้งหมดนั้นอาจผสมกันเป็นพิษที่ไหลออกมากัดกินเราก็เป็นได้

รู้สึกปวดขมับหนึบๆ อยากจะร้องไห้ออกมา แต่มันน่าสมเพชเกินไปถ้าจะร้องไห้ให้กับเรื่องแบบนี้ เพราะอย่างนั้นถึงได้ไปอ่านนิยายเศร้า อย่างน้อยการร้องไห้กับนิยาย…มันก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกละอายต่อตัวเองเท่าไหร่

ก็นั่นเป็นสิ่งที่เราเลือกเองนี่นา เพราะความขลาดกลัวเกินไป ทำให้เมื่อมีโอกาสที่จะแก้ไขมาถึง กลับเลือกที่จะมองเมินมันไป

เราขลาดกลัวเกินไปจริงๆ เลือกที่จะปลอดภัยอยู่ในเกราะอันมั่นคง ทั้งๆ ที่ถ้าออกไปก็จะได้เจอกับสิ่งที่อยากได้อยู่แล้วแท้ๆ

นี่ก็เป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่เราได้รับ เรื่องของความขี้ขลาด

 

ในเมื่อตอนนี้เราก็ยืนอยู่บนเส้นทางนี้แล้ว

ก็จงมองไปข้างหน้าและก้าวต่อไป

ทิ้งความเสียดายเสียใจไว้ข้างหลัง

เท่านั้นก็พอ

ข้าพเจ้าและความโกรธ

posted on 10 Nov 2012 20:54 by monochrome1 directory Fiction, Diary

 

 

ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของข้าพเจ้า เคยทำเรื่องน่าเสียดายเสียใจไปมากมายด้วยอารมณ์โกรธเป็นเหตุ และครั้งนี้ข้าพเจ้าต้องเผชิญกับความรู้สึกแย่ๆ เช่นนั้นอีกครั้ง ถ้าท่านผู้อ่านสนอกสนใจ ข้าพเจ้าก็จะบรรยายให้ท่านฟัง

 

มันเริ่มจากการสนทนากันก่อน เราเริ่มต้นพูดคุยกันด้วยอารมณ์ที่ดีทีเดียว แต่ตอนนั้นเองที่คู่สนทนาพูดจาผิดหูข้าพเจ้าไปเพียงหน่อยเดียว ข้าพเจ้าก็รู้สึกขุ่นเคืองขึ้นมาเล็กๆ แต่เรายังพูดคุยกันในหัวข้อเดิม น่าเสียดายนัก ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ข้าพเจ้าน่าจะพูดเปลี่ยนเรื่องไปเสีย แต่ข้าพเจ้าไม่ได้ทำแบบนั้น

 

ข้าพเจ้าเริ่มหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆ และเดินลับไปอีกส่วนหนึ่งของห้องซึ่งข้าพเจ้าและคู่สนทนาไม่ได้เห็นหน้ากัน แต่เรายังคงสนทนากันอยู่และยังอยู่ในเรื่องเดิม จนกระทั่งข้าพเจ้าได้พูดคำหนึ่งออกมา อันข้าพเจ้าเจตนาเพียงล้อเล่นเท่านั้น แต่เมื่อไม่เห็นใบหน้าของข้าพเจ้าก็เดาได้ว่าคู่สนทนาของข้าพเจ้าคงจะไม่ทราบ ข้าพเจ้าเดาว่าคู่สนทนาของข้าพเจ้าคงจะโกรธ คิดได้ในตอนนั้นข้าพเจ้าก็เกิดความรู้สึกผิดเล็กๆ ขึ้นมา แต่จะให้ข้าพเจ้าทำอย่างไรเล่า? ข้าพเจ้าทำได้เพียงจบบทสนทนานั้นไปเสีย แน่นอน ด้วยสีหน้าบูดบึ้งซึ่งแสดงออกมาด้วยทิฐิจงใจให้เห็น แล้วข้าพเจ้าก็เดินจากมาเสีย

 

ข้าพเจ้าปลีกตัวอยู่เพียงลำพังและค่อยๆ ครุ่นคิดในความเงียบ ข้าพเจ้าทั้งหงุดหงิด ทั้งรู้สึกอึดอัดขัดเคือง ข้าพเจ้าจิกแขนตัวเองระบายอารมณ์ ความเจ็บปวดคล้ายจะช่วยข้าพเจ้าได้บ้าง เมื่อพายุอารมณ์สงบลงข้าพเจ้าก็เริ่มจะคิดตก ความรู้สึกผิดครอบงำข้าพเจ้า เป็นข้าพเจ้าเองที่ควรจะยอมลงให้คู่สนทนาผู้นั้น เป็นข้าพเจ้าเองที่ไม่ควรจะโต้แย้งอะไร เป็นข้าพเจ้าเองที่กล่าววาจาไม่ดีไป แล้วเช่นนี้จะทำอย่างไรเล่า? ขอโทษหรือ!? ข้าพเจ้าอาจจะเป็นผู้รู้สึกผิด แต่ข้าพเจ้าไม่ได้บอกว่าข้าพเจ้าทำผิดนะ อีกทั้งคำขอโทษเช่นนั้นใช่ว่ากล่าวง่ายดายเยี่ยงคำพูดทั่วไปเสียเมื่อไหร่ ไม่เสียล่ะ

 

ด้วยความคิดเช่นนี้ของข้าพเจ้า ทั้งคู่สนทนาของข้าพเจ้าและข้าพเจ้าจึงยังมิได้พูดคุยกันแต่อย่างใด ข้าพเจ้ารู้ว่ามันดูดื้อดึง แต่ข้าพเจ้าจะไม่ยอมปริปากก่อนเป็นแน่ แม้ว่าตอนนี้คู่สนทนาของข้าพเจ้าจะอารมณ์ดีแล้ว และมีแต่ข้าพเจ้าเพียงผู้เดียวที่ยังรู้สึกแย่ ข้าพเจ้าได้แต่รอให้ค่ำคืนนี้ผ่านพ้นไป และหวังว่าทั้งคู่สนทนาและข้าพเจ้าจะกลับมาคุยกันได้ใหม่อย่างเริงร่า

 

 

 

 

10 พฤศจิกายน 2555

ค่ำคืนที่แสนอบอ้าว

 

แมวสีส้มและเสียงกระพรวน

posted on 13 Oct 2012 15:04 by monochrome1 directory Diary
 
กริ๊ง...
 
 
เสียงกระพรวนดังขึ้น เรารู้ว่าเขาคงมาที่นี่อีกแล้ว แต่จะใช่ตัวเดิมรึเปล่านะ?
 
 
เราย่องออกจากหน้าคอมไปแอบอยู่หลังประตูมุ้งลวด เขานั่งอาบแดดอยู่ตรงนั้น เลียขนตัวเองท่าทางผ่อนคลาย คงจะไม่รู้ว่าเราแอบซุ่มดูอยู่ สักพักเขาก็เดินหลบแสงแดดไปนั่งข้างเก้าอี้หินอ่อน ใต้ร่มเงาของต้นไม้
 
 
'เขา' เป็นแมวสีส้มลาย สวมปลอกคอห้อยกระพรวน เวลาเดินจะส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งใสๆ น่าฟัง แต่สำหรับเขาแล้วกระพรวนคงจะไม่น่าพิสมัยเท่าไหร่ เพราะมันทำให้เขาล่าเหยื่อได้ยากขึ้น
 
 
เรายังคงซ่อนตัวมองเขาผู้กำลังเดินไปที่อ่างปลา เขาหยุดอยู่ตรงนั้นและมองมันนิ่งๆ หางสีส้มแกว่งน้อยๆ โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ามีมนุษย์คนหนึ่งทำตัวเหมือนสตอล์กเกอร์แอบดูเขาอยู่หลังผ้าม่าน
 
 
เราอยากเป็นเพื่อนกับเขา
 
 
นั่นคือความรู้สึกของเรา ไม่ได้อยากได้เป็นสัตว์เลี้ยง แค่อยากเป็นเพื่อน เพื่อนที่เขาจะแวะมาหาบ้างเป็นบางครั้ง เพื่อนที่เราจะออกจากเงามืดไปทักทายได้โดยที่เขาไม่หนี แต่แน่นอนว่าความคิดนี้คงไม่มีวันเป็นไปได้ เพราะแมวเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการเพื่อนน้อยพอๆ กับแมวป่า อย่างน้อยที่สุดก็หมายถึงเพื่อนที่เป็นมนุษย์
 
 
แมวไม่เหมือนกับสุนัข สำหรับสุนัขนั้นเมื่อเราให้อาหารมันบ่อยเข้า แม้ในวันที่เราไม่มีอาหารอยู่ในมือ มันก็อาจยังคงอยู่เคียงข้างเรา แต่แมวไม่ใช่ แมวอาจจะคลอเคลียออดอ้อนเราเมื่อเรามีอาหารให้มัน แต่ในวันที่เราไม่มีสิ่งใดมอบให้มันแล้วล่ะ มันจะยังคงอยู่เคียงข้างเราไหม? หรือว่ามันจะผละจากเราไปอย่างไม่ใยดี? ...ส่วนใหญ่คงเป็นอย่างหลัง
 
 
แมวช่างเป็นสัตว์ที่แสนสันโดษและไว้ตัว
 
 
แต่นั่นก็เป็นเสน่ห์ของเขาไม่ใช่หรือ?
 
 
เพราะเขาช่างมีความเป็นตัวของตัวเองสูงอันน่าหลงใหลและการไม่ขึ้นอยู่กับใคร จึงทำให้เราอยากทำความรู้จักกับเขาและกลายเป็นคนที่มีความสำคัญต่อเขานี่ใช่ไหม และมิตรภาพที่เขาให้มามันก็จะยิ่งล้ำค่าตามไปด้วย เพราะเขาคงไม่ให้ใครง่ายๆ
 
 
...กริ๊ง
 
 
เขาเดินข้ามรั้วไปแล้ว
 
 
เราเดินกลับมานั่งในที่ของเราพลางคิดว่า
 
 
 
 
คราวหน้าที่เสียงกระพรวนดังขึ้น...
 จะเป็นแมวตัวไหนกันนะ?
 
 
 
 
...
 
กำลังคลั่งไคล้เนียนโกะเซนเซย์ Money mouth
 

ลองกินนัตโตะ

posted on 08 Oct 2012 12:59 by monochrome1 directory Food, Diary
เราเคยซื้อนัตโตะมา 3 ครั้ง
 
สองครั้งแรกซื้อแบบที่ค่อนข้างถูกมา เป็นของไทยไม่มีซอสให้ ชิมไปคำเดียว Undecided  ยกให้ปะป๊าจัดการ
 
ครั้งนี้เราซื้อแบบที่เป็นหน้าผู้หญิงมา แพ๊คสองกล่องราคาเจ็ดสิบกว่าบาท ลองดู
 
เราแกะกล่องออกก็จะมีซอสให้สองซอง ซองหนึ่งน่าจะเป็นโชยุ กับอีกซองหนึ่งอะไรไม่รู้สีเหลืองๆ (คล้ายมัสตาร์ด)
 
เราแกะซอสราดแล้วเอาตะเกียบคนๆ จนมันยืดๆ แล้วก็ราดลงบนข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ
 
หนีบเข้าปากไปคำแรก... ก็โอนะ คำแรก อร่อยกว่าที่คิดเลยล่ะ
 
รสชาติมันทำให้เรานึกถึงเต้าเจี้ยว แต่อันนี้จะเมือกๆ หน่อย
 
ทานไปอีกสองคำทำให้เราคิดได้ว่าลืมซื้อต้นหอมมาด้วย มีคนเคยบอกว่าใส่ต้นหอมโรยด้วย ในชินจังก็ใส่ต้นหอม
 
ทานไปอีกสองสามคำ เริ่มจะไม่ไหวต้องทำน้ำซุปมาทานด้วย
 
สรุปแล้ว
 
นับว่าโอเคเลยกับยี่ห้อนี้ ดีกว่าที่เราลองสองครั้งแรกมาก อาจเพราะตอนนั้นเราซื้อแบบไม่มีซอสมา แล้วก็ทานเย็นๆ แบบไม่มีข้าวร้อนๆ ด้วย รสชาติมันเลย Undecided ไปหน่อย
 
เราเคยอ่านสรรพคุณนัตโตะมา เห็นว่าดีมากเลยอยากทานได้ ตอนนี้ก็โอเค ค่อยๆฝึกทานไป Money mouth

ระหว่างรอคำตอบ

posted on 30 Sep 2012 16:18 by monochrome1 directory Diary
 
 
หลายวันก่อนฉันไปสอบตรงมหาลัยแห่งหนึ่ง
 
ช่วงเวลาหลังสอบเสร็จ
 
และระหว่างรอประกาศผล
 
ก็คงเหมือนกับการสารภาพรักกับหญิงสาว
 
รู้ทั้งรู้ว่าเราก็ไม่ได้วิเศษไปกว่าชายหนุ่มทั้งหลายที่เข้าไปจีบเธอ
 
ความจริงแล้วเราอาจด้อยคุณสมบัติกว่าด้วยซ้ำ
 
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงหวังอยู่ลึกๆ
 
ว่าเธอจะเลือกฉัน
 
 
 
 
ฉันยังคงอยากลองเสี่ยงกับโอกาสอันเลือนราง
 
เธอจะรับรักฉันไหม?
 
 
 
 
 
 
 
 

แผลในใจ (ที่อาจเป็นแผลเป็น)

posted on 22 Jun 2012 23:06 by monochrome1 directory Fiction, Diary

           

 

เพราะรักจึงจดจำ

เพราะรักจึงใส่ใจ

เพราะรัก...จึงเจ็บปวด

...

แด่คนที่รักสุดหัวใจ

 

 

 

 


 

 

 

“ไม่มีคำพูดของใครสามารถทำร้ายคุณได้ ถ้าคุณไม่ยินยอม”

              

คำกล่าวของใครบางคนที่เคยได้ยินผ่านหูแว่วมาเบาๆ แต่ตอกย้ำใจฉันราวกับลิ่มที่ตอกลึก

              

สิบห้าวันผ่านมาแล้ว

              

เป็นเวลากว่าครึ่งเดือนหลังจากวันนั้น ...วันที่คุณระเบิดอารมณ์โกรธใส่ฉัน ฉันเชื่อว่าทุกอย่างมันคงสะสมในใจคุณมานาน คำพูดพวกนั้นถึงได้รุนแรงถึงเพียงนี้ และจนกระทั่งวันนี้มันก็ยังทำให้เจ็บปวดทุกครั้งที่ฉันเผลอไปนึกถึง

 

หัวใจของฉันถูกทิ่มแทงจนเป็นแผลลึก และคงอีกนานกว่าจะสมานตัวดี

 

 

 

 

 

“ไม่เคยทำอะไรให้ภูมิใจเลย”

 

คือหนึ่งในคำบริภาษที่บาดใจฉันลึกมากที่สุด

 

‘ไม่เคย’ ของคุณหมายถึงอะไร ฉันถามตัวเองกี่ครั้งก็ยากจะนับ มีเพียงคำตอบเดียวที่ตอบกลับมา คำว่า ไม่เคย ที่ว่านั้น คงหมายถึง ‘ทั้งชีวิต’ ตั้งแต่ฉันเกิดมา ฉันไม่เคยทำอะไรให้คุณรู้สึกภาคภูมิมากถึงขนาดตราตรึงและยิ้มได้ทุกครั้งที่นึกถึง

 

มันเจ็บปวดที่ต้องยอมรับ แต่นั่นคือความจริง

 

ความรู้สึกเช่นนี้คงเป็นอะไรที่เขาเรียกกันว่า ‘แทงใจดำ’

 

เหตุที่คำพูดของคุณยังปักแน่นในใจฉันถึงเพียงนี้ คงเป็นเพราะว่าลึกๆ แล้วฉันเองก็ยอมรับมันอยู่

 

ฉันที่ไม่ได้มีความสามารถโดดเด่นอะไรไม่ว่าด้านดนตรี กีฬา ภาษา ศิลปะ การเรียน ไม่มีสิ่งใดพิเศษเลยสักอย่าง เป็นแค่คนธรรมดาๆ คนหนึ่ง และอาจเพราะญาติพี่น้องของฉันก็มีแต่คนที่น่าชื่นชมอยู่ทั้งนั้น มันคงทำให้คุณรู้สึกเปรียบเทียบในใจอยู่ลึกๆ แม้คุณจะบอกว่าไม่ก็ตาม

 

ความภูมิใจที่ฉันมีมันช่างน้อยเต็มที

 

ในชีวิตนี้สิ่งหนึ่งที่ฉันพอจะอวดอ้างกับคนอื่นได้บ้าง ก็คงเป็นความสามารถเล็กน้อยในด้านการเขียน แต่มันก็เป็นความภูมิใจที่เปราะบางเหลือเกิน...บางมาก...จนถูกทำลายได้ง่ายๆ

 

และตอนนี้มันก็ถูกกระแทกจนแตกร้าว...

 

โดยคุณ

 

คนสำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน

 

 

 

 

 

แต่แน่นอน ถึงจะเป็นกระทั่งคุณก็เถอะ

 

ความภาคภูมิใจอันแสนเปราะบางของฉันมันก็ยังไม่พังทลายหรอกนะ

 

แค่ร้าวนิดๆ เท่านั้นแหละ

 

 

 

 

 

 

  ...

 

 “ไม่เคยหวังให้มาเลี้ยงหรอกนะ”

นี่ก็อีกคำพูดหนึ่งที่กรีดใจฉันเช่นกัน แต่โดยส่วนตัวแล้วฉันคิดว่ามันคงมาจากอารมณ์โกรธมากกว่า ฉันจะเลี้ยงคุณแน่ ไม่ว่าคุณจะคาดหวังหรือไม่คาดหวัง รู้หรอกว่าฉันที่ผ่านมาและฉันตอนนี้คงดูเหมือน คนดีแต่ปาก สำหรับคุณ ฉะนั้นฉันจะหุบปาก แล้วพิสูจน์ให้คุณเห็น

 

 

 

เพราะการกระทำสำคัญกว่าคำพูดเสมอ

 

 

 

 

 

 

ดวงตา

posted on 18 Jun 2012 21:43 by monochrome1 directory Fiction

 

 

“ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ”

         

เคยได้ยินคำกล่าวนี้อยู่บ่อยๆ จนนึกสงสัย

ถ้าดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจจริง...

 

...แล้วทำไมคุณถึงไม่เห็นรอยร้าวในดวงตาของฉัน?

             

เมื่อฉันถามออกไปว่า เวลาคุณมองตาของฉันคุณรู้ถึงอะไรบ้างไหม

คุณตอบว่า “รู้ว่าหงุดหงิดหรือยินดี แค่คร่าวๆ เท่านั้นแหละ นอกนั้นไม่รู้หรอก”

ฉันก้มหน้าลง และถอยตัวเองออกมาจากตรงนั้น

 

ความจริง ฉันเองก็ไม่รู้อะไรเหมือนกันเวลามองตาของคุณ

กำลังเศร้าหรือ เจ็บปวดหรือ บางครั้งฉันก็ไม่แน่ใจนักหรอก

แต่รู้ไหม ฉันรู้ได้ว่าคุณกำลังหงุดหงิดรำคาญ ผ่านน้ำเสียง

 

ใครกันที่บอกว่า ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ

ใช่ จริงอยู่มันสะท้อนสิ่งที่อยู่ในใจออกมา แต่มีใครบ้างที่รับรู้ถึงความรู้สึกเหล่านั้น?

เสียงต่างหาก ทำให้ฉันรับรู้ได้ว่าคุณกำลังโกรธ

 

แต่กระนั้นก็ชวนให้สับสนจนน่าหัวเราะเมื่อนึกถึงเรื่องประการหนึ่ง

 

น้ำเสียงสั่นระริกด้วยความโกรธ

กับน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความเจ็บ

               

บางครั้งผู้ฟังยังแทบแยกไม่ออก

 

 


มีแต่ต้องมองตาเท่านั้นจึงบอกได้

 

 

 

 

 

 

สายลม

posted on 03 May 2012 18:06 by monochrome1
 

 

               คุณเคยรู้สึกไหม ว่าตนเองเป็นคนที่ไม่เข้าพวก เป็นส่วนเกินที่ไม่อาจเข้ากลุ่มได้อย่างกลมกลืน เหมือนมาอยู่ผิดที่ผิดทาง การคงอยู่ของเราไม่ได้รับความใส่ใจจากใครอย่างจริงจัง แม้จะไปอยู่ท่ามกลางผู้คนกลับยิ่งรู้สึก...โดดเดี่ยว...

  

                ฉันรู้สึกอย่างนั้นเสมอ และตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบที่ฉันมักจะก้มหน้ามองพื้นเวลาเดินผ่านผู้คน ไม่กล้าสบสายตาคู่สนทนาทั้งที่มันเป็นมารยาทอันควร เมื่อก่อนฉันไม่ได้เป็นแบบนี้ หรืออาจจะไม่ชัดเจนเท่านี้ แต่มันก็เริ่มขึ้นแล้วโดยที่ฉันจำจุดเริ่มต้นไม่ได้ เพราะตอนที่ฉันรู้สึกตัว มันก็คล้ายกับเป็นเช่นนี้มาเนิ่นนานแล้ว ยังคงดำรงอยู่ และไม่รู้จะสิ้นสุดเมื่อใด

 

                ฉันเคยพยายามที่จะเข้าหามิตรสหาย แต่วิถีชีวิตและความต้องการของพวกเขาก็ต่างกับฉันเกินไป จนฉันเหนื่อยและหมดความอดทนที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อเข้าหาคนอื่น

 

                และเพราะฉันไม่มีเพื่อนคนใดมาผูกมัดให้ห่วงหา ทำให้ฉันไปไหนมาไหนได้ตามใจ ไม่ต้องรอใคร เพื่อนบางคนบอกว่าเป็นอย่างฉันก็ดีเหมือนกัน ดูมีอิสระดี ฉันรู้สึกเสียดแทงในอกเล็กน้อยเมื่อได้ฟัง

 

                เพื่อนคนนั้นช่างไม่รู้เลยว่าฉันต้องเสียอะไรไปบ้างเพื่อแลกกับอิสระนี้ ฉันไม่อยากให้เขากลายเป็นแบบฉัน เพราะมันเหมือนกับคนที่มนุษย์สัมพันธ์ติดลบเสียมากกว่า ไม่ได้เป็นไปเพราะฉันจงใจแต่อย่างใด

 

                บางครั้งฉันก็รู้สึกว่าการใช้ชีวิตอยู่เช่นนี้ช่างคล้ายกับสายลม เราทุกคนรู้ว่ามันดำรงอยู่...อยู่ข้างๆ นี้เอง แต่ไม่มีใครเห็นมัน เพราะสายลมไม่มีตัวตน จึงสามารถไปได้ทุกที่อย่างเสรี ไม่มีใครฉุดรั้งสายลมไว้ได้ ...แต่สายลมก็ไม่อาจหยุดอยู่เคียงข้างใครได้ตลอดไปเช่นกัน

 

                ฉันคือสายลมที่แลกอิสรภาพนี้มาพร้อมกับความเปลี่ยวเหงา ความโดดเดี่ยวบางครั้งก็ทำให้ทรมาน แต่ฉันก็รักและยึดติดใน อิสระเกินกว่าจะทิ้งมันเพื่ออะไรหรือเพื่อใคร

 

                เพราะสายลมไม่มีตัวตน มันจึงไม่ต้องเจ็บปวดจากการทำร้ายของผู้คน...

 

                ฉันยอมเป็นสายลม

 

...

งานที่เคยเขียนส่งอาจารย์ -//- ว่างๆเลยเองมาลง